การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศ (Trade Policy Review) เป็นกลไกที่ภาคีสมาชิก GATT มีฉันทมติให้สร้างขึ้นเมื่อการประชุมการค้าพหุภาคีรอบอุรุกวัย (2529-2537) ดำเนินไปได้ครึ่งทาง ทั้งนี้เป็นผลจากมติที่ประชุม ณ นครมอนทรีอัล (Montreal) ประเทศคานาดาในเดือนธันวาคม 2531 โดยที่ต่อมาปรากฏใน Article III ของ Marakesh Agreement Establishing the World Trade Organization ในเดือนเมษายน 2537 ยังผลให้การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศเป็นกลไกหลักขององค์การการค้าโลกที่จัดตั้งขึ้นเมื่อ 1 มกราคม 2538 เป็นต้นมา
เหตุใดจึงต้องมีการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก
Annex 3 ของ Marakesh Agreement กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก 2 ประการ กล่าวคือ
ประการแรก เพื่อดูแลให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตามกฎกติกาและพันธะผูกพันที่มีต่อองค์การการค้าโลก ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการค้าพหุภาคีดำเนินอย่างราบรื่น มีความโปร่งใสมากขึ้น และเอื้ออำนวยให้ภาคีสมาชิกรับรู้และเข้าใจนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกด้วยกันโดยที่มิได้ใช้เป็นกลไกในการบังคับให้ภาคีสมาชิกปฏิบัติตามข้อตกลง หรือใช้ในกระบวนการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท รวมทั้งมิได้ใช้ในการบังคับให้ภาคีสมาชิกยอมรับพันธะผูกพันใหม่ในด้านนโยบาย
ประการที่สอง เพื่อประเมินว่า นโยบายและจารีตปฏิบัติด้านการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกหนึ่งๆ มีผลกระทบต่อระบบการค้าพหุภาคีอย่างไรบ้าง
หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิก คือ Trade Policy Review Body (TPRB) ทั้งนี้โดยใช้คณะมนตรีทั่วไปขององค์การการค้าโลก (WTO General Council) ทำหน้าที่ TPRB ประกอบด้วยภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลกทุกประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้กระบวนการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศมีความโปร่งใสและเป็นธรรม รวมทั้งการมีส่วนร่วมของภาคีทุกประเทศ
ความถี่ในการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศมีข้อกำหนดใน Annex 3 ของ Marakesh Agreement โดยยึดความสำคัญของการค้าระหว่างประเทศเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ
(1) ภาคีสมาชิกที่มีการค้าระหว่างประเทศมากที่สุดในโลก 4 อันดับแรก (ปัจจุบัน ได้แก่ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และสาธารณรัฐประชาชนจีน) จะมีการประเมินทุก 2 ปี
(2) ภาคีสมาชิกที่มีการค้าระหว่างประเทศมากเป็นอันดับถัดไป 16 ประเทศ จะมีการประเมินทุก 4 ปี
(3) ภาคีสมาชิกนอกเหนือจาก (1) และ (2) จะมีการประเมินทุก 6 ปี
(4) ภาคีสมาชิกที่ด้อยพัฒนามากที่สุด (The Least Developed Countries) อาจกำหนดระยะเวลาการประเมินยาวนานกว่าปกติได้
การประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลก เน้นประเด็นนโยบายและจารีตปฏิบัติ โดยพิจารณาครอบคลุมถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ และความจำเป็นในการพัฒนาข้อมูลที่ใช้ในการประเมินมาจาก 2 แหล่ง แหล่งที่หนึ่งมาจากรัฐบาลภาคีสมาชิกที่ถูกประเมิน ซึ่งต้องนำเสนอรายงานว่าด้วยนโยบายการค้าระหว่างประเทศของประเทศของตน อีกแหล่งหนึ่งมาจากสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลก ซึ่งต้องนำเสนอข้อมูลและรายงานนโยบายการค้าระหว่างประเทศของภาคีสมาชิกดังกล่าว องค์กรประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศ (TPRB) จะประชุมเพื่อพิจารณาข้อมูลจากแหล่งทั้งสอง ในการนี้ TPRB กำหนดตัวผู้ทรงคุณวุฒิ 2 คนล่วงหน้าเป็นผู้นำการอภิปราย โดยที่ภาคีสมาชิกองค์การการค้าโลกทุกประเทศมีสิทธิเข้าร่วมประชุม ภายหลังการถกอภิปรายใน TPRB สำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลกเป็นฝ่ายนำข้อมูลและผลการถกอภิปรายเขียนเป็นรายงาน โดยเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลและความเห็นที่ปรากฏในรายงานแต่เพียงผู้เดียว หลังจากนั้นจึงมีการเผยแพร่รายงานการประเมินนโยบายการค้าระหว่างประเทศฉบับที่เขียนโดยสำนักเลขาธิการองค์การการค้าโลก และฉบับที่นำเสนอโดยรัฐบาลภาคีสมาชิกที่ถูกประเมิน รวมทั้งรายงานการประชุม TPRB และข้อสรุปของประธาน TPRB ด้วย
(โดย ศาสตราจารย์ รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์ โครงการ WTO Watch)